เผยความจริง รูปปั้นเทวรูปหน้าห้างดัง ไม่ใช่ “พระตรีมูรติ” แถมองค์ไม่สมบูรณ์

วันนี้เราจะมาติดตามเรื่องราวที่กลายเป็นเรื่องฮือฮาในโลกโซเชียล หลังประชาชนแห่ขอพรความรักจากพระตรีมูรติรับเทศกาลวาเลนไทน์เต็มลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

เกี่ยวกับเรื่องนี้ล่าสุด รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาเปิดเผยว่า รูปปั้นบูชาหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ที่หนุ่ม-สาวโสดแห่ไปขอพรเรื่องความรักนั้นไม่ใช่พระตรีมูรติแต่เป็นพระศิวะ 5 เศียร

เมื่อคืนมีรายงานข่าวว่าตอนหัวค่ำ มีพิธีบวงสรวงพระตรีมูรติที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิร์ล ถนนราชดำริ โดยมีผู้คนแห่แหนกันไปร่วมงานเยอะมาก ซึ่งก็มักจะเป็นคนที่ยังโสดอยู่และตั้งใจมาสักการะเพื่อขอพรให้พบคู่ ปัญหาคือ รูปปั้นที่ไปสักการะบูชากันที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์นั้นไม่ใช่พระตรีมูรติแต่อย่างใดครับ

1. จริงๆ แล้ว เทวรูปที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์นั้นเป็นรูป “พระสทาศิวะ” หรือ “พระสดาศิวะ” หรือ “พระศิวะปัญจมุขี” ที่เป็นปางมี 5 เศียร แต่มีการประชาสัมพันธ์กันจนทำให้คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเป็น “พระตรีมูรติ”

– ในคัมภีร์ศิวะปุราณะ ได้เขียนเกี่ยวกับพระสทาศิวะไว้ว่า “เมื่อครั้งปฐมกัลป์ ในเวลานั้นมีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดเลย ทุกหนแห่งอยู่ในความมืดมนอนธกาล พลันท่ามกลางความเงียบสงัดนั้นก็บังเกิดเสียงหนึ่งขึ้น เสียงนั้นเปล่งเป็นคำว่า โอม ดังก้องไปทั่ว และก็บังเกิดเป็นเทพองค์หนึ่ง

นามว่า พระสดาศิวะ และในเวลานั้นเอง พระสดาศิวะก็ทรงเปล่งถ้อยคำว่า ตรีภูอัมภวะ ภูชัม ก็บังเกิดพระแม่ศักติศิวาขึ้นจากกลางพระหทัยของพระสดาศิวะ ทั้งสองพระองค์ต่างสนทนากัน และก็เริ่มวางแผนสร้างสรรค์จักรวาลในเวลาต่อมา”

พระสทาศิวะนั้น จะมี 5 เศียร มีดวงจันทร์อยู่บนพระเกษาบนสุด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระศิวะ ในศิลปะแบบรัตนโกสินทร์นั้นจะให้มี 4 กร (ถ้าแบบอินเดียและขอม จะให้ตั้งแต่ 4 ถึง 10 กร) โดยได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะสมัยอยุธยา ซึ่งก็รับมาจากศิลปะขอมอีกทอดหนึ่ง

ส่วนพระตรีมูรติ จะมี 3 เศียร 6 กร และถือเทพอๅวุธและคัมภีร์ โดยเป็นการรวมองค์มหาเทพทั้งสามของฮินดู คือ พระพรหม พระศิวะ พระนารายณ์ ไว้ด้วยกัน

2. รูปพระสทาศิวะ ที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ (แต่เรียกกันว่า พระตรีมูรติ) นี้ เดิมพบอยู่ที่วังเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้างในปัจจุบัน

วังเพชรบูรณ์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย พระราชโอรสพระองค์ที่ 72 ในรัชกาลที่ 5 สร้างขึ้นจริงในสมัยรัชกาลที่ 6 หลังจากที่สมเด็จฯ เสด็จกลับจากการศึกษาในประเทศอังกฤษ

ปี พ.ศ. 2525 พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช พระสวามีองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ผู้ทรงเป็นเจ้าของวังเพชรบูรณ์ในขณะนั้น ได้ขๅยวังไปให้แก่ตระกูลเตชะไพบูลย์ ไปในราคา 25 ล้านบาท แล้วเสด็จไปอยู่ต่างประเทศจนทิวงคต

ห้างเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (ชื่อก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น เซ็นทรัลเวิลด์ ในปัจจุบัน) ได้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่วังเพ็ชรบูรณ์นั้น และเปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ.​2533 แต่ผลประกอบการไม่ดี มีอุปสรรค

และมีคำเล่าลือเรื่องอาถรรพ์ ทำให้กลุ่มตระกูลเจ้าของห้าง ได้พยายามตามหารูปพระตรีมูรติองค์หนึ่ง ที่เชื่อกันว่าสร้างในสมัยพระนเรศวร และรัชกาลที่ 4 ทรงได้เคยนำรูปพระตรีมูรตินั้นมาประดิษฐานไว้ ก่อนจะสูญหายไป

ว่ากันว่า กลุ่มตระกูลดังกล่าว สามารถควานหารูปพระตรีมูรติองค์ที่ว่า กลับมาจนได้ และได้ทำองค์เทวรูปจำลองประดิษฐานไว้ที่หน้าห้างของตน

แต่มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่ง ทางเซ็นทรัลเวิลด์ ได้เชิญพระราชครูวามเทพมุนี มาประกอบพิธีโดยระบุว่าเป็นการย้ายองค์พระตรีมูรติ แต่ทางพระราชครูวามเทพมุนี ไม่ทำให้ เพราะองค์นี้ไม่ใช่พระตรีมูรติ แต่เป็นรูปพระสทาศิวะ

3. แล้วพระสทาศิวะ เกี่ยวข้องกับเรื่องความรักหรือไม่

อาจารย์คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้เคยเขียนบทความบอกว่า การบูชาพระสทาศิวะนั้นไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องความรัก เพราะคนฮินดูจะเอาเรื่องความรักไปผูกไว้กับกามเทพ (แต่เป็นเชิงอุปมาอุปไมยในทางกวี)

แถมพระศิวะนั้นเป็นศัตรูกับกามเทพด้วย เพราะกามเทพเคยมาพยายามทำให้พระองค์ตกหลุมรักพระแม่ปารวตี พระกามเทพจึงโดนไฟกรดจากเนตรที่สามของพระศิวะเผาจนเป็นจุณ พระศิวะจึงมีอีกพระนามว่า “ผู้เผากามเทพ”

ส่วนชาวบ้านอินเดีย เวลาจะขอพรเรื่องคู่ครองนั้น เขาจะกราบไหว้ขอไปทั่ว ไม่ได้เฉพาะเจาะจงเทพองค์ใด ถ้าคนๆ นั้นนับถือเทพองค์ไหน ก็จะไปขอพรกับองค์นั้น (ซึ่งมักจะนิยมเข้าหาเจ้าแม่ทั้งหลาย)

4. สำหรับเทวรูป “พระตรีมูรติ” ที่ถูกต้องตามเทวลักษณะ จะมีประดิษฐานอยู่ที่ศาลพระตรีมูรติ ข้างๆ ตึก EMPIRE TOWER (หรือ EM SPACE) ซึ่งสามารถนั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีช่องนนทรี แล้วเดินไปหน่อยครับ

แถมด้วยความเชื่อสายมู ว่า ท่านที่เชื่อเรื่องทำนองนี้ก็ให้ขอพรได้ทุกเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องความรัก เนื่องจากพระตรีมูรติเป็นการรวมกันของพระพรหม พระนารายณ์ และพระศิวะ

สามารถสักการะได้ทุกวัน ไม่ต้องเน้นฤกษ์เน้นยาม โดยให้สวดมนต์ “โอม ตัสสัต โอม ตัสสัต โอม ตัสสัต โอม สิทธิคเณศะ โอม พรหมา วิษณุ มเหศวาระ นะมะประสิทธิ ชัยยะ ลาภะ ฤทธิ สุวัตติ สวาหะ” พร้อมเครื่องสักการะ ดอกไม้ พวงมาลัย ขนมนมเนยต่างๆ แต่ห้ามถวายเนื้อสัตว์และไข่

ความเห็นส่วนตัวนะ เรื่องมีคู่ในยุคนี้ คงต้องเปิดใจกว้างขึ้น ออกไปพบผู้คนมากขึ้น รอให้เข้ามาเองท่าทางจะลำบากครับ

แหล่งที่มา Jessada Denduangboripant / komchadluek

เรียบเรียงโดย love3th.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *