ลุ้นคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์คดีหวย30ล้าน ลุงจรูญเชื่อคดีไม่พลิก ครูปรีชามั่นใจในความจริง

ความคืบหน้ากรณีศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้นัดฟังคำพิพากษาในคดีมหากาพย์ ลอตเตอรี่30 ล้านบาท ในคดีที่ นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญวิมูล หรือหมวดจรูญ ในข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร ในวันนี้ (20 ต.ค.63) เวลา09.00 น. ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี นั้น

เมื่อเวลา 08.40 น. ร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูลและภรรยา เดินทางมาพร้อมกับนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความพร้อมทีมงาน โดยลุงจรูญและภรรยารวมถึงทนายตั้มมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนจะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ในวันนี้มีความมั่นใจว่าพยานหลักฐานต่างๆ

ที่นำเสนอต่อศาลไปนั้นจะทำให้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ที่จะยกฟ้องลุงจรูญ และจะทำให้ลุงจรูญพ้นจากการตกเป็นจำเลยในคดียักยอกทรัพย์และรับของโจรนี้ ด้าน ลุงจรูญ กล่าวว่า โดยส่วนตัวเฝ้ารอวันนี้มานานซึ่งตนก็เชื่อว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมกับตนเองได้

และหากในวันนี้ ศาลมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ตนก็คงจะใช้สิทธิ์ของตนในการดำเนินคดีกับทางคู่กรณีทั้งในส่วนของตัวครูปรีชา ทนายความ และพยานของครูปรีชาที่ให้การไม่ตรงกับความเป็นจริงเพื่อเป็นการใช้สิทธิ์ของตนหลังจากที่ตนเป็นฝ่ายถูกกระทำมานาน

จากนั้นเวลา 09.00 น. ครูปรีชา พร้อมด้วย นางสาวรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่นและนางสาวพัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช แม่ค้าลอตเตอรี่พยานปากสำคัญ

ได้เดินทางมาถึงที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี แต่กลับไม่พบว่า นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส หรือทนายวรยุทธเดินทางมากับครูปรีชาด้วย รวมทั้งนางปณัญชยา สุขพูล หรือ เจ๊เกียว ก็ไม่ได้เดินทางมาเช่นกัน

โดยครูปรีชากล่าวว่าในวันนี้ที่ทนายวรยุทธไม่ได้เดินทางมาด้วยเนื่องจากติดคดีอยู่ที่ศาลอื่น ซึ่งนัดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยส่วนตัวที่เดินทางมาวันนี้ก็ยังคงมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์และยังยืนยันว่าตนเป็นเจ้าของสลากชุดที่ถูกรางวัลจริง ความจริงก็คือความจริงส่วนหลังจากฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7

เสร็จเรียบร้อยแล้วตนจะทำอย่างไรต่อไปนั้นตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการวางแผนเอาไว้และไม่ได้คาดคะเนว่าผลคำพิพากษาจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งคาดว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงก็คงจะได้รู้ว่าศาลอุทธรณ์ภาค7

จะพิพากษาออกมาเป็นอย่างไร หลังจากให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเสร็จเรียบร้อย ครูปรีชาพร้อมด้วยเจ๊พัช เจ๊บ้าบิ่น และทีมทนายความจึงได้เดินทางขึ้นไปยังห้องพิจารณาดีที่ 7 เพื่อรับฟังคำพิพากษาของศาลต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ศาลได้กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมรับฟังคำพิพากษาในคดีดังกล่าวไว้ด้วย โดยอนุญาตให้ทนายความฝ่ายละ 3 คน ผู้ติดตามฝ่ายละ 9 คน (รวมโจทก์และจำเลย) และผู้สื่อข่าว 2 คน เข้าร่วมรับฟังเท่านั้น นอกจากนี้ก็ไม่อนุญาตให้นำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดเข้ามาภายในห้องพิจารณา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอ่านนานพอสมควร ทั้งนี้โดยหลักการ หากศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง ครูปรีชา สามารถยื่นฎีกาได้ แต่จะต้องได้รับการรับรองจาก

ศาลชั้นต้น 2 คน ศาลอุทธรณ์ 3 คน โดยหาก 1 ใน 5 คน เซ็นรับรองฎีกาก็สามารถฎีกาได้ แต่ส่วนใหญ่ คดีในทำนองนี้ ศาลจะไม่รับพิจารณารับฟัอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *