ธน าคา รแห่ งปร ะเท ศไท ย สั่ งธนาคา ร ให้พั กหนี้ เพิ่ มอี ก 6 เดือ น ใค รมีสิท ธ์บ้า ง เช็ กเล ย

นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายเสถียรภาพระบบการเงินและยุทธศาสตร์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หากดู SME ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท ซึ่งเข้าสู่โครงการพักหนี้ตามพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน

แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ทั้งสิ้น มีราว 1.05 ล้านบัญชี หรือคิดเป็นยอดหนี้ 1.35 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นลูกหนี้ธนาคารรัฐ 4 แสนล้านบาท และลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์ 9.5 แสนล้านบาทเบื้องต้น ธปท. มีการออกประกาศให้สถาบันการเงินคงสถานการณ์การจัดชั้นลูกหนี้ SME กลุ่มนี้ ถึงสิ้นปี 2563 (Stand still)

เพื่อให้ลูกหนี้สามารถใช้เวลาช่วงที่เหลือ หลังจากหมดมาตรการพักหนี้ SME เป็นการทั่วไปวันที่ 22 ตุลาคม นี้ ไปจนถึงสิ้นปี ในการเจรจาปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ต่าง ๆ กับสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยไม่ให้ลูกหนี้เหล่านี้กลายเป็นหนี้เสีย และเป็นการเพิ่มแรงจูงใจให้แบงก์เร่งดำเนินการปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ทั้งนี้ หากลูกหนี้ยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ หรืออาจจ่ายได้บางส่วน ธนาคารพาณิชย์ยังคงมีมาตรการในการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง

จนกว่าจะกลับมามีรายได้เพิ่มขึ้นเพียงพอในการกลับมาชำระหนี้ได้ เช่น การปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ตามความเหมาะสมของลูกหนี้แต่ละราย เพื่อไม่ให้กลายเป็น NPL และอาจมีมาตรการอื่น ๆ ตามความเหมาะสมต่อไป เช่น การลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นต้นสำหรับกรณีที่ลูกหนี้ไปไม่ไหว

หรือรายได้ยังไม่กลับ ธนาคารพาณิชย์ก็สามารถพิจารณาพักหนี้ให้ลูกหนี้เป็นการเฉพาะเป็นรายกรณีได้อีกไม่เกิน 6 เดือน ในเบื้องต้น นับจากสิ้นปี 2563 จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2564ทั้งนี้ จากที่ธปท.หารือกับธนาคารพาณิชย์ ราว 94% พบว่า มีเกินครึ่ง มีศักยภาพกลับมาจ่ายหนี้ได้

ดังนั้นที่มีคนกังวลว่าเราอาจเห็นลูกหนี้ตกหน้าผา เมื่อสิ้นโครงการ มีคนจำนวนมากที่ไปต่อไม่ไหว ก็อาจไม่ได้เป็นแบบนั้น และคาดว่าจะไม่เกิดการผิดนัดชำระหนี้จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว หรือ Cliff effect หลังหมดมาตรการพักหนี้

3 Comments on “ธน าคา รแห่ งปร ะเท ศไท ย สั่ งธนาคา ร ให้พั กหนี้ เพิ่ มอี ก 6 เดือ น ใค รมีสิท ธ์บ้า ง เช็ กเล ย”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *