ชาวบ้านพากันไปชิมน้ำบาดาล ซ่าคล้ายโซดาจริง เผยพบแล้ว 6 บ่อ

วันนี้เราจะมาติดตามกรณีของน้ำบาดาล ที่มีรสชาติคล้ายโซดา โดยเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 64 มีรายงานว่า บริเวณเจาะบ่อบาดาล ตั้งอยู่ริมถนนสาย 3363 หมู่ 19 บ้านทุ่งคูณ ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี

พบเจ้าหน้าที่ทีมเจาะบาดาลกำลังทำงาน โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าวเดินทางมาเยี่ยมชมพร้อมกับชิมน้ำที่พุ่งออกมาจากบ่อกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

โดยกลุ่มชาวบ้านที่ทดลองชิมต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า รสชาติของน้ำคล้ายกับโซดาจริง แต่ซ่าแบบโซดาค้างคืนที่ไม่ได้แช่เย็น หากจะนำไปผสมเครื่องแอลกอฮอล์ ก็น่าจะใช้ได้แต่ก็คงจะไม่เหมือนกับโซดาที่แช่เย็น

ทั้งนี้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นกันเป็นอย่างมาก และคาดว่าหลังจากที่ชาวบ้านหรือประชาชนนอกพื้นที่ว่างเว้นจากการทำบุญวันตรุษจีนแล้วเสร็จ จะมีผู้ทยอยเดินทางมาเยี่ยมชมและชิมน้ำที่บ่อบาดาลบ่อดังกล่าวเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน

นายสิริพงศ์ สืบเนียม อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลห้วยกระเจา เปิดเผยว่า พื้นที่ตำบลห้วยกระเจามีทั้งหมด 21 หมู่บ้าน โดยในพื้นที่เกิดความแห้งแล้งซ้ำซากมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนายหลายชั่วอายุคน สำหรับโครงการที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณท่านอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ซึ่งท่านเหมือนเทวดามาโปรดพวกเราชาวตำบลห้วยกระเจา

ซึ่งเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ท่านอธิบดีฯ ลงพื้นที่ด้วยตนเอง ซึ่งได้นำพาสำรวจพื้นที่เจาะบาดาลทั้ง 21 หมู่บ้าน ซึ่งท่านก็พบว่าพื้นที่ตำบลห้วยกระเจานั้นมีความแห้งแล้งจริง

แต่หลังจากที่ท่านกลับไปได้ประมาณ 3-4 วันก็มีเจ้าหน้าที่ชุดสำรวจกรมน้ำบาดาล มาจากจังหวัดสุพรรณบุรี ลงพื้นที่มาสำรวจหาจุดเจาะบาดาลอีกประมาณ 2 อาทิตย์ ก็พบว่าพื้นที่บริเวณนี้สามารถเจาะบาดาลได้

บ่อแรกที่เจาะลงไปลึกประมาณ 285 เมตร ได้น้ำ 35 คิว บ่อที่สอง ที่เกิดปรากฏการณ์น้ำมีรสชาติคล้ายโซดา เจาะลึกลงไป 303 เมตร ครั้งแรกน้ำภายในบ่อยังมีสภาพนิ่ง แต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังนำอุปกรณ์มาตรวจสอบว่าจะได้ปริมาณน้ำประมาณเท่าไหร่

แต่อยู่ ๆ น้ำก็พุ่งขึ้นมาเป็นน้ำพุอย่างที่เห็น ทุกคนที่เห็นต่างก็รู้สึกมหัศจรรย์ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และหลังจากนี้ไปเชื่อปริมาณน้ำที่มีจะช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับชาวตำบลห้วยกระทั้ง 21 หมู่บ้านได้อย่างแน่นอน

ด้าน นายสุเวทย์ สินสถาพรพงศ์ อายุ 64 ปี กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่กรมบาดาลมาช่วยเหลือชาวบ้านในรั้งนี้ ส่วนตนมีอาชีพทำไร่อ้อยมีที่อยู่ประมาณ 40 ไร่ ซึ่งจุดที่ขุดเจาะบาดาลเป็นที่ดินของตนที่ทำไร่อ้อยอยู่ โดยตนยินดีที่จะยกให้กรมบาดาลใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งตนเสียสละที่ดินไปเพียง 2 งานกว่า

แต่สามารถช่วยชาวบ้านได้หลายพันคนดังนั้นตนจึงมีความยินดีเป็นอย่างมาก เพราะชาวบ้านจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนกับปัญหาภัยแล้งอีกต่อไป ซึ่งตนเสียผลประโยชน์จากการมอบที่ดินให้รัฐ ไม่ถึง 1 ไร่ แต่ประชาชนในพื้นที่ได้ประโยชน์หลายพันคนนั้นถือว่าคุ้ม

แหล่งที่มา ข่าวชาวบ้าน

เรียบเรียงโดย love3th.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *